รายละเอียดบทความ

กระชับผิว ให้ฟิตปั๋ง


กระชับผิว ให้ฟิตปั๋ง (e-magazine)

           เกลียดจริง ๆ เจ้าแรงดูดของโลก ผิวพรรณกำลังเต่งตึงดูงามอยู่เชียว แต่ผ่านไปไม่กี่ปี ความยานนน..นน..น ก็เริ่มมาเยี่ยมเยือน แล้วจะมีวิธีไหนบ้างนะ ที่จะต้านเจ้าแรงดึงดูดมหาภัย

           ผลของแรงโน้มถ่วง และความเสื่อมของร่างกาย ทำให้ผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอย และร่องลึก ซึ่งเกิดขึ้นตามเวลา เมื่อวัยเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น เจ้าความเหี่ยวเหนียงยานเหล่านี้ยังพบมากในกลุ่มคนหลังคลอดบุตรหรือหลังการ ลดน้ำหนัก เอาเป็นว่า ลองนึกภาพแบบง่าย ๆ อย่าง พอลดน้ำหนักได้แล้ว คุณต้องเอาพวกกระโปรงและกางเกงตัวเก่าไปเผาทิ้ง หรือไม่ก็เอาชุดไปเก็บให้เข้ารูป แต่นั่นอย่าลืมนะว่านั่นคือ สิ่งทอ

           แล้วผิวละ เมื่อขยายตัวออกแล้วจะทำอย่างไรให้กระชับกลับคืน???

           การกระชับผิวเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากรู้คำตอบและต้องการความมั่นใจ ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีเกี่ยวกับความงามหลั่งไหลเข้ามามากมายจนสับสน ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้บริการไหน เลือกทำอะไรให้กับตัวเองบ้าง ถึงจะตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับวิธีการกระชับผิวที่ได้รับการยอมรับและใช้อยู่แพร่หลาย ในแวดวงการดูแลรักษาผิวพรรณ ความงาม และการชะลอวัย ก่อนดีกว่า

 เครื่องสำอาง ตัวช่วยของด่านแรก

           ไม่ว่าคุณจะใช้เทคโนโลยีไหนเพื่อกระชับผิว พื้นฐานอันดับแรกที่ จะมองข้ามไม่ได้เลย และขอแนะนำว่าต้องให้ความสำคัญในการดูแลกระชับผิวด้วยวิธีนี้ควบคู่ ไปด้วยตลอดเวลา คือการใช้เครื่องสำอางกลุ่ม Medical Skin Care เพราะผิวต้องการการดูแลประจำวันต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงส่วนประกอบที่ให้ผลในการเสริมสร้างชั้นของ Collagen ใต้ผิว และร่วมกับส่วนผสมอื่นๆที่ทำงานเสริมกัน เพื่อความแข็งแรง และสุขภาพดีในทุก ๆ ชั้นผิว

           เครื่องสำอางที่ช่วยบำรุงและกระชับผิว จะต้องพิจารณาเลือกให้มีส่วนประกอบดังนี้

           Vitamin A, Topical Vitamin C, Antioxidant-rich ingredients, Minera, Botanical agents

           และที่สำคัญ การดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หลีกเลี่ยงการถูกแดด นอนให้พอ หลีกเลี่ยงความเครียด ไม่สูบบุหรี่ รับประทานอาหารถูกหลัก และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทั้งหมดที่กล่าวมาก็มีผลช่วยถนอมรักษาความกระชับ ยืดหยุ่นและเปล่งปลั่ง เกลี้ยงเกลาไว้ให้ผิว

 เทคโนโลยีพิชิตความไม่เต่งตึง

           อยากดูดีอยู่เสมอ แต่คุณพระช่วย! ฉันไม่อยากขึ้นเขียงให้หมอเฉือนหน้า แล้วยังมีทางเลือกไหนอีกบ้างที่จะช่วยรักษาสภาพผิวให้ยังคงดูดีตึงกระชับโดย ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

           ถ้าอยากจะสวยยาว ๆ ก็ต้องวางแผนกันดี ๆ โปรแกรมรักษาความกระชับของผิวนั้น ดีที่สุดคือ ควรเริ่มแต่เนิ่น ๆ และให้การดูแลต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ซึ่งคุณควรวางโปรแกรมการดูแลแบบตลอดช่วงปี หรือขึ้นอยู่กับแต่ละวิธีการ ที่จะระบุว่าต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน

           เทคโนโลยีที่ให้การกระชับผิวได้ผลนั้นต้องเป็นวิธีการที่ปฏิบัติตรงต่อชั้น Collagen เพื่อช่วยให้แข็งแรงและอุ้มโครงสร้างผิวชั้นในหนังแท้เอาไว้ ให้ยังตึงกระชับ

 -Titan หรือ Thermage และ Refirm

           Titan เป็นวิธีรักษาที่ใช้คลื่นแสง Infrared มาทำให้ผิวกระชับขึ้น ความรู้สึกขณะทำ สบายๆ ไม่เจ็บปวด ใช้เวลาขณะรักษาครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมง ไม่ต้องมีระยะพักหลังการรักษา ควรจะทำต่อเนื่องกันราว 3 ถึง 5 ครั้ง ห่างกันทุก 3 สัปดาห์   หลังจากนั้น ควรรับการรักษาซ้ำ  2 ถึง 4 ครั้งต่อปี เพื่อความคงสภาพ และรักษาระดับการสร้าง Collagen ให้ยังคงซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผลที่ดี ควรเริ่มตั้งแต่ผิวยังไม่หย่อนคล้อยมากนัก (สังเกตจากการคล้อยของรูปหน้า และ คางสองชั้น)

           Thermage เป็นวิธีกระชับผิวโดยใช้พลังงานของ Unipolar radiofrequency

           Refirm เป็นการใช้ Infrared บวกกับ Radiofrequency

           วิธีเหล่านี้จะค่อย ๆ เห็นผล หลังได้รับการรักษาไปแล้วประมาณ 3-6 เดือน ผลความเปลี่ยนแปลง มาก-น้อย ขึ้นกับแต่ละบุคคล เหมาะสำหรับกระชับผิวบนใบหน้า บริเวณขากรรไกร คาง คอ และ ผิวตามส่วนต่างๆทั่วร่างกาย ผลหลังทำ ต้องติดตามสังเกตต่อเนื่อง หลัง 6 เดือนผ่านไป จะสังเกตความเนียนตึงกระชับได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะถ้าเปรียบเทียบกับภาพถ่ายย้อนหลังไป 1-2 ปี

 -Fractional CO2 Peel และ Skin resurfacing

           สำหรับ Fractional CO2 Peel และ Skin resurfacing โดย Laser ชนิดต่างๆ (Erbium laser, Fraxel) วิธีเหล่านี้ เหมาะกับผิวที่มีริ้วรอย หรือเหี่ยวย่น รอยแผลเป็น และปัญหาเกี่ยวกับสีผิว หลังทำจะต้องมีระยะพักหลังการรักษา ประมาณ 3-5-7 วัน ผลที่ได้คือ ผิวจะกระชับขึ้น

           การรักษาด้วยแสง และเลเซอร์ชนิดต่างๆ สามารถใช้ผสมผสานไปพร้อมกันได้ เพื่อให้ได้ผลสมบูรณ์ในการแก้หลายๆปัญหา เพราะบนใบหน้านั้น ผิวในแต่ละส่วน อาจจะต้องการเทคโนโลยีที่ต่างๆกันไป เช่น บริเวณริ้วรอยย่น และบริเวณปัญหาสีผิว กับ บริเวณ รอบดวงตา รอบปาก บริเวณขากรรไกร ใต้คาง และลำคอ โดยแพทย์ผู้รักษาจะพิจารณา และแนะนำเทคโนโลยีที่ต่างกัน ให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ    

 -Dermal filler

           Dermal filler หรือสารเติมเต็มชนิดต่างๆ (Juvederm, Restylane, Radiesse และอื่นๆ) เป็นวิธีที่ใช้ฉีดสารทดแทนบางชนิดลงใต้บริเวณริ้วรอย เพื่อเติมเต็ม ทดแทนความแข็งแรงกระชับยืดหยุ่นของผิวเปลี่ยนแปลงไป นิยมใช้ทั้งกับบริเวณริมฝีปาก-มุมปาก แก้ม ขมับ และบริเวณ หัวคิ้ว-หางตา 

 ดูแลอย่างต่อเนื่อง

           จะฉีด จะกระตุ้น ก็แล้วแต่วิถีทางของแต่ละคน ซึ่งหลังจากนั้นเพื่อรักษาผิวให้คงอยู่ในสภาพน่าพอใจ  ควรจัด  Maintenance plan สำหรับการดูแลต่อเนื่อง เช่นควรมีการทำ Treatment ที่กระตุ้นการสร้าง Collagen ให้มีการสร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น Glycolic/Botanical peels หรือทำ Microdermabrasion เป็นระยะๆ สม่ำเสมอต่อไป

           ผิวเนียน เรียบ กระชับดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วใช่ไหม การหาความรู้แต่เนิ่น เริ่มใส่ใจดูแลตั้งแต่ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากไป และมีการวางแผน ให้การดูแลผิว อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ไม่ ปล่อยปละ-ละเลย จนร่วงโรยเกินไป เพียงเท่านี้ ก็จะไม่ทำให้การกระชับผิว ดูเป็นภาระหนักขนาดที่เรียกว่า “ทำสงครามกับริ้วรอย” อีกต่อไปแล้ว




ลิขสิทธิ์บทความของ e-magazine.info
ติดตามบทความ สุขภาพ หรืออ่าน แมกกาซีน
ผู้ลงบทความ : พราวพิราศ